โอกาสทางการศึกษา ของบุคคลที่ไม่มีหลักฐานหรือไม่มีสัญชาติไทย
ตอนที่ 2 : ศูนย์การเรียนแรงงานข้ามชาติ

ศูนย์การเรียนแรงงานข้ามชาติ
มูลนิธิเพื่อเยาวชนชนบท (มยช.) เป็นอีกหน่วยงานหนึ่งที่จัดให้การศึกษาตามหลักสูตรการศึกษานอกโรงเรียน โดยได้รับการแต่งตั้งเป็น “ศูนย์การเรียนมูลนิธิเพื่อเยาวชนชนบท” จากสำนักบริหารการศึกษานอกโรงเรียน กระทรวงศึกษาธิการ จัดการศึกษาตั้งแต่ระดับชั้นประถมศึกษา ถึงระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ตั้งแต่ปี พ.ศ.2538

กว่า 20 ปีของ มยช.กับการสร้างโอกาสทางการศึกษาให้กับเด็กและเยาวชนคนงาน ซึ่งเดินทางมาจากทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทย เพื่อเข้ามาแสวงหาสิ่งที่ดีกว่าในถิ่นปลายทาง กระทั่งปี พ.ศ. 2549 มยช. เริ่มขยายการทำงานไปสู่กลุ่มเป้าหมายแรงงานข้ามชาติ ซึ่งมีการเคลื่อนย้ายเข้ามาอย่างหนาแน่นในพื้นที่บางบอนและบางขุนเทียน และเปิดให้มีการเรียนการสอนภาษาไทยสำหรับแรงงานข้ามชาติขึ้น โดยมีนักเรียนรุ่นแรกเกือบ 30 คน ส่วนใหญ่เป็นแรงงานข้ามชาติที่มาจากประเทศพม่า และเกือบทั้งหมดมีเชื้อสายไทยใหญ่

เริ่มมีการเรียนการสอนได้ระยะหนึ่งนักเรียนก็เริ่มหาย และขาดเรียนบ่อยขึ้น สาเหตุการหายไปของนักเรียนคือ หลายคนไม่สะดวกในการเดินทาง เนื่องจากพักอยู่ไกล บางคนทำงานรับใช้ในบ้านอยู่ที่บางกะปิ หลายคนทำงานอยู่ที่บางแค ห้วยขวาง ทำให้หลายครั้งถูกจับกุมขณะที่กำลังเดินทางมาเรียน ถึงแม้จะพักและทำงานอยู่ในย่านบางบอนก็ตาม และที่สำคัญพวกเขาส่วนใหญ่ไม่มีบัตรอนุญาตทำงาน หรือถูกนายจ้างยึดบัตรไว้ จนในที่สุดเหลือมาเรียนต่อได้แค่ 13 คน ก่อนที่จะมีการลงทะเบียนเรียนกับศูนย์การเรียนอย่างเป็นทางการ จำนวน 11 คน โดยการสนับสนุนและความร่วมมือจากศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียนเขตบางขุนเทียน (ศบข.บางขุนเทียน) ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2548 ที่ให้มีการขยายโอกาสทางการศึกษาแก่บุคคลที่ไม่มีหลักฐานทางทะเบียนราษฎรหรือไม่มีสัญชาติไทย อย่างไรก็ตามการลงทะเบียนเรียนในครั้งนี้ก็ยังไม่เป็นการเปิดโอกาสให้กับคนทุกคนอย่างแท้จริง เพราะ ศบข.บางขุนเทียนอนุญาตให้ลงทะเบียนเรียนได้เฉพาะแรงงานข้ามชาติที่ได้จดทะเบียนเท่านั้น

การเพิ่มโอกาสการเข้าถึงการศึกษา
การจัดการศึกษาในกลุ่มแรงงานข้ามชาตินั้น มีปัญหาอุปสรรคที่เป็นข้อจำกัดของการเข้าถึงการศึกษาหลายประการด้วยกันคือ การขาดข้อมูลข่าวสารในเรื่องแหล่งของการเรียนการสอน อยู่ไกลจากแหล่งการเรียนการสอน ปัญหาเรื่องสถานะทางกฎหมายสำหรับแรงงานที่ไม่ได้จดทะเบียนหรือไม่มีบัตรอนุญาตทำงาน หรือมีบัตรแต่ถูกนายจ้างยึดไว้ การไม่สามารถสื่อสารภาษาไทยได้ รวมถึงการทำงานที่ไม่มีวันหยุด และการคำนึงถึงเรื่องปากท้องมาก่อน ข้อจำกัดเหล่านี้เป็นประสบการณ์ที่ มยช.ประสบจากการจัดการเรียนการสอนแก่แรงงานข้ามชาติในระยะแรก ซึ่งเป็นข้อจำกัดที่ทำให้แรงงานข้ามชาติส่วนใหญ่ไม่สามารถเข้าถึงการศึกษาไทยได้

ดังนั้นเพื่อเป็นการเพิ่มโอกาสให้แรงงานข้ามชาติเข้าถึงการศึกษาไทยได้มากขึ้น ภายใต้ฐานคิดที่ว่า “การศึกษา” เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของคนทุกคน “การศึกษา” เป็นเครื่องมือในการพัฒนาคุณภาพชีวิต การจัดการศึกษาเป็นไปเพื่อความเสมอภาคและเท่าเทียม ทำให้เมื่อต้นปี พ.ศ.2551 มยช.ได้กระจายศูนย์การเรียนย่อยเข้าไปในแหล่งชุมชนแรงงานข้ามชาติอีก 2 แห่ง คือที่ชุมชนซอยม่วงสกุล และชุมชนหมู่บ้านวงแหวนชัชวาล เขตบางขุนเทียน ซึ่งทั้ง 2 แห่งเป็นชุมชนที่มีแรงงานข้ามชาติโดยเฉพาะแรงงานจากประเทศพม่าอาศัยและทำงานอยู่อย่างหนาแน่นที่สุดในย่านบางบอน บางขุนเทียน โดยเปิดให้มีการเรียนการสอนภาษาไทยในระดับเริ่มต้นเพื่อการอ่านออก เขียนได้ และฝึกฝนทักษะการสื่อสารภาษาไทย ทำให้ปัจจุบัน มยช. มีศูนย์การเรียนที่แรงงานข้ามชาติสามารถเข้ามาเรียนได้ จำนวน 3 แห่ง และมีนักศึกษาแรงงานข้ามชาติที่กำลังเรียนอยู่จำนวนทั้งสิ้น 133 คน เกือบทั้งหมดเป็นแรงงานที่มาจากประเทศพม่า ทั้งเชื้อสายพม่า ไทยใหญ่ มอญ ทวาย และกระเหรี่ยง


ภายใต้สถานการณ์ปัญหาแรงงานข้ามชาตินานาประการ มยช.เชื่อว่า “การศึกษา” จะเป็นเครื่องมือที่สำคัญอย่างหนึ่งในการแก้ไขปัญหาเหล่านั้น เพราะการจัดการเรียนการสอนภาษาไทยให้กับแรงงานข้ามชาติ เพื่อให้พวกเขาสามารถอ่านออก เขียนได้ สื่อสารภาษาไทยได้มากขึ้น จะทำให้สามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารที่เป็นภาษาไทย รับรู้สิทธิที่พึงมีพึงได้ของตนเองมากขึ้น การถูกละเมิดสิทธิในด้านต่างๆ น้อยลง สามารถเข้าถึงบริการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นบริการด้านสุขภาพ บริการทางสังคมรวมไปถึงการได้รับบริการที่เป็นมิตร สิ่งเหล่านี้จะนำไปสู่การมีชีวิตที่มีคุณภาพของแรงงานข้ามชาติตามอัตภาพ


ซึ่งโดยข้อเท็จจริงแรงงานข้ามชาติเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของสังคมไทย นอกเหนือจากการส่งเสริมโอกาสให้แรงงานข้ามชาติได้พัฒนาคุณภาพชีวิตของตนเองซึ่งเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของบุคคลแต่ละคนแล้ว หากมองในแง่เศรษฐกิจและสังคมก็จะทำให้สังคมไทยมีแรงงานที่มีคุณภาพ มีสมาชิกของสังคมที่มีความสามารถในการปรับตัวเพื่อการอยู่ร่วมกันในสังคมได้อย่างมีปัญหาน้อยที่สุด

 

ลัดดาวัลย์ หลักแก้ว

 

     
Foundation for Rural Youth (FRY)
59/118-120 Soi Ekkachai 89/4, Ekkachai Rd., Bang Bon, Bangkok 10150
Tel. (662) 416 8073-4 Fax (662) 894 2819
Website: fry1985.org

มูลนิธิเพื่อเยาวชนชนบท(มยช.บางบอน)
59/118-120 ซอยเอกชัย 89/4
ถนน เอกชัย แขวง/เขต บางบอน กรุงเทพ 10150
โทรศัพท์ 0-2416-8073-4 โทรสาร 0-2894-2819
e-mail :fry@fry1985.org

สำนักงานร้อยเอ็ด (มยช.ร้อยเอ็ด)
143 หมู่ 5 บ้านคุยผง ตำบลเหล่าหลวง อำเภอเกษตรวิสัย
จังหวัดร้อยเอ็ด 45150
โทรศัพท์ / โทรสาร (043) 547782-3