วัฒนธรรมแห่งการอยู่ร่วมกัน

คนเราต้องอยู่ร่วมกับผู้อื่น ติดต่อกับผู้อื่น เริ่มตั้งแต่ครอบครัว สังคม ดังนั้น จึงจำเป็นต้องมีศิลปะในการอยู่ร่วมกัน จึงจะอยู่ร่วมกันได้อย่างเป็นสุข ได้แก่ มีความจริงใจต่อกัน ไม่ใช่ปากพูดอย่าง ใจคิดไปอีกอย่าง การรู้จักเอื้อเฟื้อ เผื่อแผ่ แบ่งปันแก่กัน เผื่อแผ่ทรัพย์สินเงินทอง ให้ปันความรู้วิชา ให้ความเห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกัน มีน้ำใจต่อกัน คอยตักเตือนเมื่อจะทำผิด หรือเมื่อมีภัยมา คอยสอบถามทุกข์สุขซึ่งกันและกัน พร้อมที่จะให้อภัยเมื่อเกิดความผิดพลาดขึ้น การใช้คำที่อ่อนหวาน สุภาพ ปฏิบัติต่อกันด้วยความสุภาพ หากทำตามนี้เราก็อยู่กันด้วยดี ศิลปะการอยู่ร่วมกันนี้ ถือเป็นวัฒนธรรมอย่างหนึ่ง


วัฒนธรรม คือ ลักษณะที่แสดงถึงความเจริญงอกงาม ความเป็นระเบียบเรียบร้อย ความกลมเกลียวก้าวหน้าของชาติ และศีลธรรมอันดีของประชาชน, วัฒนธรรมในทางวิทยาการหมายถึง วิถีการดำเนินชีวิต ตรงกับภาษาอังกฤษคำว่า (The way of life) ซึ่งเป็นพฤติกรรมและสิ่งที่คนในหมู่ผลิตสร้างขึ้น ด้วยการเรียนรู้จากกันและกัน และร่วมใช้อยู่ในหมู่พวกของตน


วัฒนธรรมแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ วัฒนธรรมทางวัตถุและจิตใจ ในที่นี้จะเน้นวัฒนธรรมทางจิตใจ
วัฒนธรรมทางจิตใจ เป็นเรื่องเกี่ยวกับเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจของมนุษย์ เพื่อให้เกิดปัญญาและมีจิตใจที่งดงาม อันได้แก่ ศาสนา ศีลธรรม จริยธรรม คติธรรม ตลอดจนศิลปะ วรรณคดี และระเบียบแบบแผนของขนบธรรมเนียมประเพณี


วัฒนธรรมสำแดงได้ด้วยดนตรี วรรณกรรม จิตรกรรม ประติมากรรม การละครและภาพยนตร์ แม้บางครั้งอาจมีผู้กล่าวว่าวัฒนธรรมคือเรื่องที่ว่าด้วยการบริโภคและสินค้าอุปโภค-บริโภค เช่น วัฒนธรรมระดับสูง (high culture) วัฒนธรรมระดับต่ำ (low culture) วัฒนธรรมพื้นบ้าน (folk culture) หรือวัฒนธรรมนิยม (popular culture) เป็นต้น แต่นักมานุษยวิทยาโดยทั่วไปกล่าวถึงวัฒนธรรมว่ามิได้เป็นเพียงสินค้าบริโภค แต่หมายรวมถึงกระบวนการในการผลิตสินค้าและการให้ความหมายแก่สินค้านั้นๆ ด้วย รวมทั้งยังรวมไปถึงความสัมพันธ์ทางสังคมและแนวการปฏิบัติที่ทำให้วัตถุและกระบวนการผลิตหลวมรวมอยู่ด้วยกัน ในสายตาของนักมานุษวิทยาจึงรวมไปถึงเทคโนโลยี ศิลปะ วิทยาศาสตร์รวมทั้งระบบศีลธรรม (จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี)

สำหรับเรื่องราวต่างๆที่จะนำเสนอนี้

ผู้เขียนได้เลือกเอาปรากฏกาณ์ที่เกิดขึ้นจริงในพื้นที่และกลุ่มเป้าหมายที่เราดูแลเป็นที่ตั้ง เนื้อหาคงไม่ได้มุ่งไปในเชิงวิชาการ แต่ก็จะพยายามหาข้อมูลมาเสริม เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ผู้อ่านบ้าง และจะทยอยนำเสนอทุกๆเดือน หากท่านใดสนใจร่วมสนุก เชิญส่งมาได้ ทางเรายินดีพิจารณารับลงให้เช่นกัน

ตอน ชีวิตสบายๆในวันหยุด

เมื่อถึงวันหยุดสุดสัปดาห์ หลายคนมีวิธีการพักผ่อนที่แตกต่างกันออกไป ถ้าเป็นคนเมืองโดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ ส่วนใหญ่มักเลือกการพักผ่อนด้วยการเดินเล่นตามห้างสรรพสินค้า ดูหนัง ฟังเพลง ชมการแสดงดนตรีของนักร้องที่ตนชื่นชอบ แต่สำหรับผู้ใช้แรงงานที่มีรายได้น้อย คงทำได้ไม่บ่อยนัก

หลายครั้งที่ได้ลงพื้นที่เพื่อไปทำงานและเยี่ยมเยือนพนักงานตามหอพักในวันหยุด พบว่ามีกลุ่มผู้ใช้แรงงานจำนวนไม่น้อยทำกิจกรรมและอาหารทานร่วมกัน เช่น เล่นกีฬา สังสรรค์กัน(ภาษาถิ่นอีสานว่า“โส่เหล่”) บางครั้งก็มีการดื่มเครื่องดองของมึนเมาพร้อมกับแกล้ม กับแกล้มนี่ก็ต้องเป็นอาหารพื้นบ้าน เช่น ลาบ น้ำตก ซุบหน่อไม้ ต้มยำ ถึงจะถูกปาก (ในบรรดากับแกล้มทั้งหลาย อาหารอีสานเด็ดสุด) สำหรับวัตถุดิบที่จะนำมาปรุงก็ใช่ว่าจะหาได้ตามท้องตลาดทั่วไป

สินค้าตามตลาดทั่วไปมักจะไม่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า ของใช้ และอาหารการกิน แต่มีอยู่แห่งหนึ่งที่ผมเชื่อว่ามีคุณผู้อ่านจำนวนน้อยที่มีโอกาสได้ไปสัมผัส บอกได้เลยว่าไม่ใช่ตลาดน้ำ แต่เป็นตลาดนัดแห่งหนึ่งในชุมชนย่านบางบอน ความพิเศษของตลาดแห่งนี้อยู่ที่อาหาร ส่วนมากเป็นอาหารพื้นบ้าน ถ้าเป็นประเภทผัก ได้แก่ หน่อไม้ ผักขะแยง ผักไหม ชะพลู ติ้ว ฯลฯ ส่วนประเภทเนื้อได้แก่ ไส้กรอก ปูนาเป็นๆ ปูนาดอง กบ เขียด ไก่ เป็ด เนื้อวัว เนื้อควาย รวมทั้งน้องวัว น้องควาย ( รกวัว/ควาย) ไข่มดแดง ปลาร้า และ ฯลฯ


ตลาดศิริชัยคือชื่ออย่างเป็นทางการของตลาดที่อ้างถึงนี้ ตลาดจะเปิดทุกเช้า แต่วันอาทิตย์จะใหญ่กว่าทุกวัน
เพราะเป็นวันหยุด ลูกค้าประมาณร้อยละ 90 เป็นคนไทยอีสานซึ่งเข้ามาทำงานในสถานประกอบการหรือโรงงานย่านบางบอนและพื้นที่ใกล้เคียง ดังนั้น จึงมีชื่อเรียกตลาดแห่งนี้อีกชื่อหนึ่งว่า ตลาดลาว (น่าจะเรียกว่าตลาดอีสานมากกว่า) ตลาดแห่งนี้ดำเนินกิจการมานานมากกว่า 10 ปี ซึ่งคาดว่าคงไล่เลี่ยกับการอพยพเข้ามาของแรงงานต่างถิ่น

นอกจากสินค้าแล้ว วันที่ผมเดินเตร่เข้าไป ตรงท้ายตลาดมีการแสดงจับงู คนแสดงเป็นเด็กหนุ่ม อายุไม่น่าเกิน 20 ปี ส่วนคนบรรยายเป็นชายวัยกลางคน พูดภาษาอีสาน ตอนที่ไปถึงมีฝูงชนชมการแสดงอยู่ก่อนแล้ว ทุกคนกำลังลุ้นอย่างระทึกกับการแสดงและขำเป็นระยะกับการเล่นมุกของคนแสดง มีเด็กน้อยบางคนกลัว แต่แม่อยากดูก็เลยพาลดุเด็ก เห็นแล้วก็อดขำไม่ได้ แต่สงสารเด็กมากกว่า


เมื่อเดินมาถึงหน้าทางเข้าตลาดนัดอีกซอยหนึ่ง มีหนุ่มวัยกลางคนกำลังแสดงการดีดพิณ พร้อมขายหนังสือและวีซีดีคู่มือการเล่น ท่าทางน่าสนุกดี และมีวัยรุ่นให้ความสนใจอยู่หลายคน ผมเดินเข้าไปดูอยู่สักครู่ แล้วขอถ่ายรูปนักดนตรี เขาก็วางท่าให้ถ่ายซะเท่ห์ไปเลย

เป็นอีกครั้งหนึ่งที่รู้สึกได้ถึงความสุขที่เรียบง่ายของพวกเขา และเหตุการณ์เหล่านี้ช่วยทำให้คิดได้ว่า การทำความเข้าใจและยอมรับสิ่งที่แตกต่างจากวิถีคิดและความเป็นอยู่เดิมๆของตนเอง ช่วยทำให้เรามีใจกว้างขึ้น


โดย
สำเริง พนาวัลย์

 

มูลนิธิเพื่อเยาวชนชนบท(มยช.บางบอน)
59/118-120 ซ.เอกชัย 89/4
ถ. เอกชัย แขวง/เขต บางบอน กรุงเทพ 10150
โทรศัพท์ 0-2416-8073-4 โทรสาร 0-2894-2819
e-mail :fry@fry1985.org

สำนักงานร้อยเอ็ด (มยช.ร้อยเอ็ด)
143 หมู่ 5 บ้านคุยผง ตำบลเหล่าหลวง อำเภอเกษตรวิสัย
จังหวัดร้อยเอ็ด 45150
โทรศัพท์ / โทรสาร (043) 547782-3