เศรษฐกิจพอเพียง
เศรษฐกิจพอเพียง (sufficiency economy) เป็น ปรัชญา
ที่ชี้แนวทาง การดำรงอยู่ และปฏิบัติตน ของประชาชนในทุกระดับ รวมถึงระดับรัฐบาล
ในการพัฒนา และบริหารประเทศ ที่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
ทรงมีพระราชดำรัส แก่พสกนิกรชาวไทยมาโดยตลอดตั้งแต่ปี พ.ศ. 2517
และภายหลังวิกฤติเศรษฐกิจ พ.ศ. 2540 ได้ทรงเน้นย้ำ เป็นแนวทางการแก้ไข
เพื่อให้รอดพ้น และสามารถดำรงอยู่ได้ อย่างมั่นคง และยั่งยืน ภายใต้กระแสโลกาภิวัตน์
และความเปลี่ยนแปลงต่างๆ
หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
เศรษฐกิจพอเพียงเป็นปรัชญาชี้แนวทางการดำรงอยู่และปฏิบัติของประชาชนในทุกระดับ
ตั้งแต่ระดับครอบครัว ระดับชุมชน ถึงระดับรัฐ ทั้งในการพัฒนา และบริหารประเทศ
ให้ดำเนินไปในทางสายกลาง มีความพอเพียง รวมถึงความจำเป็นที่จะต้องมีระบบภูมิคุ้มกันในตัวที่ดีพอสมควร
ต่อการมีผลกระทบใด ๆ อันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงทั้งภายนอกและภายใน
ซึ่งจะต้องอาศัย ความรอบรู้ ความรอบคอบ และความระมัดระวัง ในการนำวิชาต่างๆ
มาใช้ในการวางแผนและดำเนินการทุกขั้นตอน
ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงที่ทรงปรับปรุงพระราชทานเป็นที่มาของนิยาม
"3 ห่วง 2 เงื่อนไข" ที่ คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียง
สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ นำมาใช้ในการรณรงค์เผยแพร่
ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ผ่านช่องทางต่างๆ อยู่ในปัจจุบัน ซึ่งประกอบด้วยความ
พอประมาณ มีเหตุผล มีภูมิคุ้มกัน บนเงื่อนไข ความรู้ และ คุณธรรม
เศรษฐกิจพอเพียงของมณี
มณี เทียนไธสง หรือที่คนในซอยเรียกกันว่า เรือง
แม่ค้าขายน้ำเต้าหู้ประจำตลาดนัดหน้าปากซอยเอสเค (เอกชัย 76) เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของสามัญชนคนตัวเล็กๆซึ่งได้ประยุกต์แนวคิดเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้กับสัมมาชีพของเธอ
มณีเป็นชาวจังหวัดสุรินทร์ เธอได้เข้ามาหางานทำในกรุงเทพฯตั้งแต่อายุ
12 ปี เหมือนเพื่อนผู้ขายแรงงานคนอื่นๆ ที่หนีความยากลำบากของชนบทเข้ามาแสวงหาโอกาสในเมือง
เธอผ่านอาชีพมาหลากหลายตั้งแต่เป็นเด็กล้างจาน ขายลูกชิ้นทอดพนักงานโรงงาน
ช่างเสริมสวย ฯลฯ
แม้ว่าจะเหน็ดเหนื่อยจากงานประจำ แต่เธอก็ยังขวนขวายหาความรู้และโอกาสให้กับตัวเองอยู่เสมอ
เธอได้เรียนต่อในระดับมัธยมศึกษาตอนต้นและปลาย ที่ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน
ภายใต้การดูแลของมูลนิธิเพื่อเยาวชนชนบท ระหว่างเรียนเธอได้เป็นผู้นำนักศึกษาและอาสาสมัครทำกิจกรรมร่วมกับมูลนิธิ
และเธอก็ได้รับการฝึกอบรมอาชีพเสริมที่มูลนิธิจัดขึ้นด้วย
แรกเริ่มเดิมที เธอขายทั้งช่วงเช้าในชุมชนที่เช่าห้องพักอาศัยอยู่
และตลาดนัดช่วงเย็นหน้าปากซอยเอสเค ซึ่งประสบปัญหาพอสมควร เธอจึงได้ทบทวนไตร่ตรอง
จนพบว่า เธอทำเกินกำลังของตัวเอง แถมกำไรที่ควรจะได้ก็ต้องไหลทิ้งไปกับส่วนที่เหลือ
ปัจจุบันเธอขายเฉพาะช่วงเย็นที่ตลาดนัดหน้าปากซอยเอสเค และลดปริมาณจากหนึ่งหม้อใหญ่กับอีกหนึ่งหม้อเล็ก
เหลือเพียงหนึ่งหม้อใหญ่ ซึ่งพอดีกับอุปสงค์ของผู้บริโภค ทำให้เหลือกำไรเต็มเม็ดเต็มหน่วย
นอกจากนี้บางวันเวลาว่าง เธอก็ได้สอนทำน้ำเต้าหู้กับปลาท่องโก๋ให้แก่ผู้สนใจ
โดยคิดค่าสอนในราคาคนกันเอง
แม้ว่ารายได้จะไม่มาก ไม่มีสวัสดิการ และไม่มีโบนัสเหมือนพนักงานประจำในสาขาอาชีพอื่นๆ
แต่เธอก็สามารถเลี้ยงตัวและครอบครัวได้ อีกทั้งยังเจียดเงินบางส่วนส่งไปให้พ่อแม่และลูกอีก
2 คนที่ต่างจังหวัด และถึงแม้ว่าจะไม่สะดวกสบาย แต่เธอก็มีความสุข
และมีเวลาพักผ่อนหรือทำกิจกรรมกับครอบครัวเป็นบางโอกาส
โดย
สำเริง พนาวัลย์