นยุคปัจจุบันการศึกษาเป็นสิ่งที่มีความสำคัญอย่างมากในทุกๆ ด้านของตัวเรา ซึ่งอาจจะเห็นได้จากการขวนขวายเพื่อจะเรียนต่อในระดับที่สูงขึ้น เพื่อใช้เป็นแนวทางในการทำงานต่อไปในอนาคต แต่ถึงแม้ว่าการศึกษาจะมีความสำคัญมากเพียงใดก็ตาม ในการทำงานหรือเวลาเราไปสมัครงาน ก็จะพบคำประกาศรับสมัครงานตามสถานที่ต่างๆว่า ต้องการรับผู้ที่จบสาขาต่างๆ วุฒิอะไรก็ว่ากันไป แต่จะต้องตามท้ายมาด้วยว่า “มีประสบการณ์การทำงานอย่างน้อย...ปี”หรือ“ถ้ามีประสบการณ์จะรับพิจารณาเป็นพิเศษ” เป็นต้น แล้วคนที่จบมาในแต่ละปี มีจำนวนไม่น้อย จากหลายๆสถาบันทั่วประเทศ ซึ่งพวกเขาเหล่านั้นต่างก็ไม่มีประสบการณ์การทำงานกันทั้งสิ้น...ก็ทำอย่างไรได้ล่ะค่ะ การเรียนในระบบปัจจุบันก็มุ่งแต่จะเข้าเรียนในสถาบันที่มีชื่อเสียง แข่งขันกันให้ได้เกรดสูงๆ แล้วจะเอาเวลาที่ไหนไปหาประสบการณ์การทำงานกันได้ค่ะ

 

คำว่า ประสบการณ์ (Experience) หมายถึง ความจัดเจนที่เกิดจากการกระทำหรือได้พบเห็นมา การทำงานให้ได้ เกิดจากการเรียนรู้ แต่การทำงานให้ดี เกิดจากประสบการณ์ ประสบการณ์ทั้งบวกและลบ เป็นประโยชน์ในการพัฒนางานในครั้งถัดไป

การฝึกงานของผู้เขียนในครั้งนี้ก็เช่นกัน ถือเป็นประสบการณ์ในการเรียนรู้กระบวนการทำงานของหน่วยงาน โดยการสังเกต เรียนรู้ และทดลองปฏิบัติจริง ซึ่งในแต่ละกิจกรรมที่ทำ งานทุกชิ้นที่ได้รับผิดชอบ ล้วนแล้วแต่มีคุณค่าต่อการเรียนรู้ทั้งสิ้น โดยการทำงานแต่ละอย่างนั้นได้รับคำแนะนำอย่างดีจากพี่ๆ ที่มยช.ทุกคน ที่นี่เป็นมากกว่าที่ฝึกงานและที่เก็บเกี่ยวประสบการณ์แต่เปรียบเสมือนบ้านหลังใหญ่ที่ทุกคนอยู่ด้วยกันแบบพี่น้อง มีการช่วยเหลือเกื้อกูลกันทุกอย่าง และที่สำคัญพี่น้องส่วนใหญ่ของเราจะมาจากภาคอีสาน ซึ่งทำให้ผู้เขียนได้เรียนรู้วัฒนธรรมของภาคอีสาน ไม่ว่าจะเป็น ภาษา อาหารการกินต่างๆ ซึ่งในการที่จะเป็นนักพัฒนาต่อไปในอนาคตนั้น เราจะต้องสามารถปรับตัวให้เข้ากับบุคคลได้ทุกระดับ ทุกสถานการณ์ เพื่อทำให้การทำงานเป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพมากที่สุด

 

ซึ่งต่างจากการเรียนในมหาวิทยาลัยเป็นอย่างมาก เพราะการศึกษาในระบบนั้นส่วนใหญ่ จะเน้นการเรียนเพื่อศึกษาหาความรู้ในทางทฤษฎีเป็นหลัก ทุกๆวันจันทร์-ศุกร์ เราก็จะต้องนั่งอยู่ในห้องสี่เหลี่ยม ฟังอธิบายแล้วก็จดตามที่ได้ยินแล้วสรุปเอง

ซึ่งเราไม่เคยเห็นของจริงต้องจินตนาการตามเอาเอง ซึ่งในการทำงานจริงนั้นเราก็มีความจำเป็นที่จะต้องใช้ทั้งความรู้ ควบคู่ไปกับประสบการณ์ จึงจะทำให้งานดำเนินไปอย่างสมบูรณ์ เปรียบเหมือนช่างวาดรูป ตอนแรกอาจจะยังวาดได้ไม่สมบูรณ์นัก แต่พอได้ฝึกปรือวาดบ่อยๆ ลองผิดลองถูกไปเรื่อยๆ เก็บความผิดพลาดของตนเองไว้เป็นบทเรียนและค่อยๆ ดัดแปลงแก้ไข จนทำให้เกิดความชำนิชำนาญมากขึ้น

ผู้เขียนเองก็เช่นกันเมื่อครั้งมาฝึกงานใหม่ๆก็ไม่เคยมีประสบการณ์การทำงานมาก่อน แต่พอได้เข้ามาศึกษาและเรียนรู้กระบวนการทำงานของที่นี่ก็มีความรู้สึกประทับใจกับการทำงานที่มยช. เป็นอย่างยิ่ง ถึงแม้องค์กรของเราจะไม่ใหญ่โตมากนัก มีคนไม่มากที่รู้จักแต่ข้าพเจ้าคิดว่า ที่นี่ทำอะไรเพื่อสังคมได้มากมาย เป็นความโชคดีของหลายๆคนที่ได้รู้จักที่นี่ “บ้าน มยช.” (เป็นชื่อที่ผู้เขียนขอเรียกที่นี่) บ้านที่ทำให้เด็กและเยาวชนชนบทที่พลัดถิ่นมาจากบ้านเกิดได้มีโอกาสได้พัฒนาคุณภาพชีวิตของตนเองต่อไปในอนาคต

ถึงแม้จะไม่สามารถช่วยเหลือได้ทั่วถึงในทุกด้าน อย่างน้อยก็ทำให้พวกเขาได้มีโอกาสที่เอื้อต่อการพัฒนาตนเอง เพราะคนที่ต้องพลัดถิ่นมาจากบ้านเกิดต้องมาพบเจอกับสถานการณ์ที่แปลกใหม่จากที่เคยเป็นอยู่ บางคนเกิดความท้อแท้ สิ้นหวังในชีวิต หาทางออกไม่ได้อาจจะทำอะไรที่ผิดพลาดได้ ซึ่งมูลนิธิเพื่อเยาวชนชนบทถือเป็นอีกองค์กรหนึ่งที่มีส่วนสำคัญในการสร้างสรรค์สังคมให้ดีขึ้น

จากบุคคลเล็กๆ ที่หัวใจไม่เล็ก มารวมตัวกันเพื่อทำงานรับใช้สังคมอย่างมุ่งมั่นและทุ่มเท ความหวังคือเด็กและเยาวชนซึ่งเป็นอนาคตของชาติได้มีโอกาสและเข้าถึงสิทธิต่างๆที่เขาพึงมีพึงได้ตามวัยของพวกเขา สุดท้ายการฝึกงานที่ มยช. จะเป็นมากกว่าการได้รับประสบการณ์ในการทำงานของผู้เขียน และไม่ใช่การฝึกงานที่จะทำให้จบตามหลักสูตรเท่านั้น แต่จะเป็นอีกหนึ่งความภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของ มยช.

 


โดย นางสาวเปรมมิกา อ่อนธานี นิสิตชั้นปีที่ 4
คณะสังคมศาสตร์ สาขาพัฒนาสังคม
มหาวิทยาลัยนเรศวร


 

 

     
Foundation for Rural Youth (FRY)
59/118-120 Soi Ekkachai 89/4, Ekkachai Rd., Bang Bon, Bangkok 10150
Tel. (662) 416 8073-4 Fax (662) 894 2819
Website: www.fry1985.org

มูลนิธิเพื่อเยาวชนชนบท(มยช.บางบอน)
59/118-120 ซอยเอกชัย 89/4
ถนน เอกชัย แขวง/เขต บางบอน กรุงเทพ 10150
โทรศัพท์ 0-2416-8073-4 โทรสาร 0-2894-2819
e-mail :fry@fry1985.org

สำนักงานร้อยเอ็ด (มยช.ร้อยเอ็ด)
143 หมู่ 5 บ้านคุยผง ตำบลเหล่าหลวง อำเภอเกษตรวิสัย
จังหวัดร้อยเอ็ด 45150
โทรศัพท์ / โทรสาร (043) 547782-3